ตลาดอาหารฮาลาลในโอมาน
ที่มา :
www.halalthailand.com
โอมานตั้งอยู่ในคาบสมุทรอาหรับ มีศาสนาอิสามเป็นศาสนาประจำชาติ
มีประชากรประมาณ 2.4
ล้านคน 74% เป็นชาวโอมาน และ 26% เป็นชาวต่างชาติ
ซึ่งส่วนใหญ่มาจากแถบเอเชียใต้ ฟิลิปปินส์และอาหรับเช่น อียิปต์ ซุดาน จอร์แดน ซีเรีย ชนชั้นกลางและผู้มีรายได้จะอาศัยในเขตตัวเมืองกรุงมัสกัต
ซึ่งมีประชากรประมาณ 4 แสนคน
มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบตะวันตก อย่างไรก็ดี จากการที่โอมานมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับอินเดียมาเป็นเวลานาน
อาหารอินเดียจึงมีอิทธิพลต่อรสนิยมการบริโภคขิงชาวโอมานอย่างมาก โดยเฉพาะเครื่องเทศแบบอินเดีย
ตลาดอาหารฮาลาล
ปริมาณการผลิต โอมานสามารถผลิตเนื้อสัตว์ไว้บริโภคในประเทศได้บางชนิด
อาทิ เนื้อแกะ และเนื้อไก่ ซึ่งสามารถผลิตได้ประมาณ 4,000 ตัน/ปี
โดยมีผู้ผลิตที่สำคัญคือผู้เลี้ยงไก่อิสระ และผู้เลี้ยงในระบบ contract farming
จำหน่ายในรูปแบบไก่สด และไก่แช่แข็งทั้งตัว ภายใต้การตรวจสอบควบคุมคุณภาพของหน่วยงานราชการ
ขนาดของตลาดและปริมาณการบริโภคในประเทศ ในแต่ละปี
โอมานมีความต้องการบริโภคเนื้อไก่ประมาณ 64,700 ตัน ขณะที่สามารถผลิตได้เองเพียง
4,000 ตัน/ปี โดยมีการนำเข้าในรูปแบบที่หลากหลายทั้ง
whole chicken, whole parts, chicken products ฯลฯ ทั้งนี้ ทำให้ตลาดยังคงมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องและสามารถขยายตัวได้อีกมาก
การแข่งขัน ประเทศที่ครอง
market
share ในการส่งออกเนื้อไก่ไปยังโอมานคือ ฝรั่งเศส และบราซิล
ทั้งยังมี เยอรมนีเดนมาร์ก รวมทั้งซาอุดีอาระเบียที่เพิ่มการส่งออกในปริมาณที่มากขึ้น
รวมถึง จีนที่เข้ามาตีตลาดตั้งแต่ปี 2543 และประสบความสำเร็จจากการที่มีราคาถูกกว่าโดยเปรียบเทียบ
สำหรับอาหารทะเลแปรรูป เช่น อาหารทะเลกระป๋อง
โอมานได้เริ่มการผลิตปลาทูน่าและปลาซาดีนกระป๋อง โดยยังอยู่ในระยะเริ่มต้น ปริมาณการผลิตยังคงไม่มากนักและยังขากความหลากหลายในผลิตภัณฑ์
ลักษณะอาหารฮาลาลที่เป็นที่นิยม ชาวโอมานส่วนใหญ่นิมซื้อวัตถุดิบ
เพื่อนำไปปรุงรับประเทานเองโดยมีลักษณะคล้ายอาหารในแถบเอเชียใต้ โดยเฉพาะอินเดีย ใช้เครื่องเทศในการปรุงอาหารเป็นหลัก
เช่น แกง ที่ใช้วัตถุดิบประกอบด้วย เนื้อสัตว์ มันฝรั่ง มะเขือเทศและเครื่องแกง
(พริก กระเทียม ขิง ขมิ้นผง) สำหรับอาหารแปรรูป ชาวโอมานนิยมรับประทานปลาทูน่ากระป๋อง
โดยจะรับประทานกับขนมปังอาหรับในรูปแบบ sandwich โดยที่ผ่านมา อาหารทะเลกระป๋องของไทยได้รับการยอมรับจากชาวโอมานในคุณภาพและมีความหลากหลาย
โครงสร้างภาษี
ระเบียบกฎเกณฑ์ และมาตรการที่เกี่ยวข้องกับสินค้าอาหารฮาลาล
โครงสร้างภาษี โอมานเป็นตลาดเปิด
ไม่มีมาตรการกีดกันทางการค้า สินค้าอาหารที่ไม่บรรจุภาชนะ เช่น
ปศุสัตว์และผลิตภัณฑ์จากปศุสัตว์ ผักและผลไม้สด ธัญญพืช น้ำตาล นม
จะได้รับการยกเว้นภานำเข้า โดยสินค้าประเภทอื่น จะเสียภาษีนำเข้าแยย flat rate ร้อยละ 5
กฎระเบียบและมาตรฐานสินค้า โอมานใช้ Gulf Standard หรือมาตรฐานของกลุ่มประเทศ GCC (Gulf Corporation Council) ตามที่ Standarddization & Metrology Organisation จัดทำขึ้นเป็นมาตรฐานในการควบคุมการผลิต การจัดทำฉลากและการกำหนดอายุสินค้าอาหารฮาลาลที่จำหน่ายในตลาดโอมาน
ดังนี้
- ข้อกำหนดเกี่ยวกับมาตรฐานการฆ่า (Animal Slaughter
Requirement According to Islamic Law) กำหนดต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของศาสนาอิสลาม
ประเภทของสัตว์ที่ได้รับอนุญาตให้บริโภค คุณสมบัติของผู้ฆ่า วิธีการ เครื่องมือที่ใช้ฆ่า
ฯลฯ
นอกจากนี้ ยังได้มีการกำหนดให้ผู้นำเข้าต้องมีเอกสารกำกับสินค้า ได้แก่
Certificate of Islamic Halal Slaugter ที่ออกโดยองค์กรอิสลามกลางของประเทศผู้ส่งออก
ซึ่งเป็นที่ยอมรับขององค์กรศาสนา ของโอมานหรือประเทศสมาชิก GCC อื่น โดยเอกสารดังกล่าว ต้องผ่านการรับรองจากสถานทูตหรือสถานกงสุลของโอมานหรือประเทศสมาชิก
GCC
- ข้อกำหนดมาตรฐานฉลากสินค้า (Labellin of Prepackaged
Foodstuffs) กำหนดให้สินค้าหมวดอาหารที่บรรจุภาชนะทุกประเภทต้องปิดฉลากและต้องมีภาษาอาหรับกำกับ โดยอาจใช้ sticker ได้แต่ต้องจัดทำโดยผู้ผลิตสินค้าเท่านั้น และต้องมีข้อความตรงกับฉลากเดิม
- ข้อกำหนดเกี่ยวกับอายุของสินค้า (Expiration Periods of
Food Products) เป็นข้อกำหนดเกี่ยวกับอายุของสินค้าอาหารนำเข้า โดยฉลากจะต้องมีการระบุดังนี้
ให้ระบุ วัน เดือน ปี ที่ผลิตและหมดอายุให้ชัดเจน
สินค้าที่มีอายุเหลือไม่ถึงครึ่งหนึ่งนับตั้งแต่วันที่ผลิตจนถึงวันเดินทางถึงโอมาน
จะไม่ได้รับอนุญาตให้นำเข้า
สำหรับช่วงอายุสินค้า (expiration period) และภาชนะที่บรรจุ
ถ้าเป็นอาหารประเภทเนื้อวัว เนื้อแกะ ไก่งวง เป็ด จะต้องมี expiration
period 12 เดือนนับตั้งแต่วันฆ่า สำหรับกุ้งจะมี expiration
period 8 เดือน ไข่สด 9 เดือน ปลากระป๋อง 24
เดือน
ทั้งนี้ สินค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ต้องระบุวันหมดอายุ เช่น
เกลือ น้ำตาลทราย ถั่วตากแห้ง ใบชา ข้าว เครื่องเทศ ฯลฯ โอมานได้มีการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานสินค้า
ดังนี้
ขั้นตอนก่อนการนำเข้า สินค้าต้องได้รับการตรวจสอบผ่านทางหน่วยงาน
Directorate of Specification and Measurements โดยผู้ส่งออกสามารถทำ
pre-shipment inspection โดยส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องแก่หน่วยงานฯ
ขั้นตอนหลังจากนำเข้า จะมีการสุ่มตรวจเป็นระยะ
โดยกระทรวง Regional
Municipalities and
Environment
1.
สุ่มตัวอย่างจากทั่วประเทศ
2.
การตรวจสอบโดยวิธีการทางวิทยาศาสตร์โดยห้องทดลองกลาง
3.
เมื่อตรวจสอบพบสินค้าที่ไม่มาตรฐานตามที่กำหนด กระทรวงฯ จะนำเรื่องเข้าหารือในคณะกรรมการระดับชาติ
โดยถ้าหากคณะกรรมการมีมติห้ามจำหน่ายสินค้าดังกล่าว กระทรวงฯ จะมีหนังสือเวียนให้เทศบาลทุกแห่งดำเนินการ
รูปแบบการดำเนินธุรกิจ วิธีการค้าขาย การนำเข้า ช่องทางการจำหน่ายและการกระจายสินค้าอาหารของโอมาน
จะดำเนินการโดยบริษัทค้าส่งและค้าปลีก รวมทั้งหน่วยราชการ เช่น
- บริษัท
trading ด้านอาหารในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ; Waleed
Foodstuff ในกลุ่ม Zawawi บริษัท Bahwan
Food ของกลุ่ม Bahwan โดยจะมีการนำเข้าเพื่อจำหน่ายทั้งในร้านค้าปลีกของตนเองและผู้ค้าส่ง
รวมถึงผู้ค้าปลีกอื่นๆ ด้วย
- บริษัทค้าปลีก
Hypermarket ขนาดใหญ่ ได้แก่ Carrefour Sultan Centre
และ Alfair
- หน่วยราชการที่ดำเนธุรกิจคล้านสหกรณ์
เช่น Royal Guard of Oman ซึ่งมีกลุ่มลูกค้าที่เป็นข้าราชการทหารเป็นหลัก
- ผู้นำเข้าในภาค
Food Service Sector ซึ่งนำเข้าเพื่อจำหน่ายให้กับโรงแรมและภัตตาคาร
การชำระเงินและระบบธนาคาร ธนาคารพาณิชย์ในโอมานประกอบด้วย
ธนาคารโอมาน และธนาคารต่างชาติ ซึ่งมีระบบธนาคารที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและเป็นที่ยอมรับจากสถาบันการเงิน
โดยในปัจจุบัน มีธนาคารพาณิชย์โอมานหลายแห่งติดต่อทำธุรกิจกับธนาคารพาณิชย์ของไทยในฐานะ correspondant bank เช่น ธนาคาร Bank Muscat (SAOG) กับธนาคารกรุงเทพ
ธนาคาร Oman International Bank กับธนาคารกสิกรไทย ธนาคาร Bank
Dhofar Al Omani Al Fransi กับธนาคาร ABN Amro เป็นต้น ทั้งนี้ นักธุรกิจโอมานนิยมชำระเงินผ่านระบบธนาคารโดยวิธีการเปิด LC
เป็นหลัก
การวิเคราะห์สถานะและแนวทางการแข่งขันของไทย
จุดแข็ง สินค้าไทยนั้น ได้รับการยอมรับในคุณภาพ ดังที่ได้เห็นจากอาหารทะเลแปรรูป
อาหารทะเลแช่เย็น รวมทั้ง อาหารทะเลกระป๋อง ซึ่งสามารถครองตลาดได้มากกว่าร้อยละ 70
ส่งออกเป็นอันดับ 1 ใน 5 ปีที่ผ่านมา โดยมีคู่แข่งคือ อินเดีย จีน ฝรั่งเศส
จุดอ่อน โอมานยังไม่ค่อยได้รับความสนใจจากนักธุรกิจไทยนัก เนื่องจากเป็นตลาดขนาดเล็ก
มีการแข่งขันสูง โดยตั้งอยู่ติดกับดูไย ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าในภูมิภาค
ทำให้นักธุรกิจสนใจที่จะติดต่อไปยังดูไบ แทนการนำเข้าโดยตรง เนื่องจากได้รับความสะดวกและมีความเชื่อมั่นในการติดต่อธุรกิจมากกว่า
ประเทศแถบเอเชียใต้เช่น อินเดีย ปากีสถาน ได้เปรียบในด้านราคา จากการที่อยู่ใกล้ทำให้มีค่าขนส่งที่ถูกกว่า
ทั้งยังโอมานมีการแข่งขันด้านราคาค่อนข้างรุนแรง ขณะที่สินค้าจากประเทศคู่แข่งได้รับการอุดหนุนจากรัฐบาลของตน
ทำให้สินค้าไทยเช่น เนื้อไก่ ต้องสูญเสียตลาดเนื่องจากมีราคาที่สูงกว่ามาก
โอกาส โอมานมีความจำเป็นต้องนำเข้าอาหารจำนวนมาก เนื่องจากมีข้อจำกัดเช่น
สภาพอากาศและภูมิประเทศที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูก ทั้งยังมีแนวโน้มการบริโภคที่เพิ่มสูงขึ้น
โอมานเป็นตลาดเปิดที่มีศักยภาพ ไม่มีมาตรการกีดกันทางการค้า มีกำลังซื้อสูง
จากการที่ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงส่งผลถึงการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับนักธุรกิจโอมานหันมาสนใจทำธุรกิจเพื่อการส่งออกต่อไปยังประเทศใกล้เคียงเพิ่มมากขึ้นด้วย
การวิเคราะห์สถานะ
สินค้าเนื้อสัตว์ ประเทศที่ส่งออกไปยังโอมานมากที่สุดได้แก่ อินเดีย
สหรัฐอาหรับอิมิเรตส์ ออสเตรเลีย ปากีสถาน
นิวซีแลนด์ อเมริกา โดยสำหรับเนื้อไก่ ประเทศไทยไม่สามารถแข่งขันในตลาดโอมานได้ในปัจจุบัน
เนื่องจาก
-
สินค้าจากฝรั่งเศส และประเทศสมาชิกอียูอื่นๆ รวมทั้งบราซิลได้รับการอุดหนุนจากรัฐบาล
ทำให้มีราคาต่ำกว่าราคาคู่แข่ง
- สินค้าจากประเทศสมาชิดอียู มีข้อได้เปรียบทางด้านคุณภาพ ทำให้มีภาพลักษณ์ที่ดีและเป็นที่ยอมรับ
ส่วนทางด้านบราซิล ผู้ส่งออกได้มาเปิดตลาดโอมานมาเป็นเวลานาน ทำให้ผู้บริโภคมี brand loyalty
ค่อนข้างสูง
- ซาอุดีอาะเบีย แม้จะเป็นผู้ส่งออกรายใหม่ แต่ก็ได้รับการสนับสนุนการส่งออกจากรัฐบาล อาทิ เงินสนับสนุนค่าอาหารสัตว์ ค่ายา ค่าจัดซื้อเครื่องจักรจากต่างประเทศ
- สินค้าไก่สดที่โอมานผลิตได้เอง เริ่มได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคมากขึ้น
มีการตัดราคาขาย เพื่อแย่งส่วนแบ่งทางการตลาด รวมทั้งมีการลงทุนในโครงการผลิตฟาร์มไก่ขนาดใหญ่แบบครบวงจรทางภาคเอกชน